ประวัติหลวงพ่อพระราชพรหมยาน

ประวัติหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดจันทาราม (ท่าซุง) ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (พระมหาวีระ ถาวโร) เกิดเมื่อวันเสาร์๗ กรกฎาคม พ.ศ. 2459 ตรงกับปีมะโรง ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๘
เป็นบุตรคนที่ 3 ของนายควง นางสมบุญ สังข์สุวรรณ
เกินที่ ตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี
มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันรวม 5 คน คือ
๑.
นายวงษ์ สังข์สุวรรณ เกิดปี 2453 ปีจอ ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2513 ถึงแก่กรรมที่วัดท่าซุง เมื่อคราวมาช่วยหลวงพ่อที่วัดท่าซุง อายุ 60 ปี
๒.
นางสำเภา ยาหอมทอง (สังข์สุวรรณ) เกิดปี 2457 ถึงแก่กรรมเมื่อปี 2545 อายุ 88 ปี อยู่บ้านสาลี อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี

พระราชพรหมยาน (พระมหาวีระ ถาวโร) เดิมชื่อสังเวียน สังข์สุวรรณ เกิดปี พ.ศ 2459 ปีมะโรง

พระครูพิศาลวุฒิธรรม (พระมหาเวก อักกวังโส) เดิมชื่อ นายเวก (หวั่น) สังข์สุวรรณ อยู่วัดดาวดึงษาราม กทม.
เกิดวันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม 2463 ปีวอก อุปสมบทที่วัดบางนมโคเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2492 เมื่ออายุได้ 26 ปี 59 พรรษา มรณภาพเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2548 รวมอายุ 85 ปี 3 เดือน 26 วัน

ด.ญ. อุบล สังข์สุวรรณ เดิมชื่อ พัว เกิดปี พ.ศ 2468 ปีฉลู ถึงแก่กรรมตั้งแต่อายุ 4 ขวบ

มารดาเป็นคนใจบุญ บิดาเป็นหัวหน้าหาเลี้ยงครอบครัว เป้นเจ้าของนาอยู่ 40กว่าไร่ เป็นนารกถากถางพอทำมาหากินได้ ทำนาได้ข้าวปีละ9-10เกวียน สมัยนั้นราคาข้าวราคาเกวียนลื20-25บาท นาอยู่ในป่าที่อำเภอท่าช้าง จ.สุพรรรณบุรี บิดาจึงมีอาชีพหลัก คือทำนาและหาปลา ได้ปลามามากก็ขาย

ขณะที่ท่านแม่จะตั้งครรภ์ แม่นอนฝันว่า เห็นพระพรหมมีสีเหลืองเป็นทองคำเหมือนพระพุทธรูป นอนลอยไปในอากาศ มีเพชรประดับแพรวพราวทั้งตัว เข้าทางห้าจั่วด้านทิศเหนือ เข้ามานั่งที่ตักท่านแม่
ท่านแม่กอดไว้ แล้วก็หายเข้าไปในกาย เมื่อเกิดมาใหม่ ๆ ลุงที่บวชเป็นพระ ได้ฌานสมาบัติ (หลวงพ่อเล็ก เกสโร)ท่านบอกว่า เจ้าเด็กคนนี้มาจากพรหม ดังนั้นจึงให้ชื่อว่า “พรหม”

เมื่อเด็กๆ ยังไม่ได้จดทะเบียนสำมะโนครัว เขาให้ชื่อว่า พรหม มาตั้งแต่ในผ้าอ้อมและต่อมาภายหลัง คนที่จดสำมะโนครัวเขามาเปลี่ยนชื่อให้เป็น “สังเวียน” เสียเอง

ชื่อพรหมนี้ไม่มีใครชอบเรียก ท่านยายกับชาวบ้านเรียกว่า “เล็ก” ส่วนท่านแม่และพี่ ๆ น้องๆ เรียกว่า “พ่อกลาง”

พ.ศ. 2466 อายุ 7 ขวบ เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนประชาบาลวัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนจบชั้นประถมปีที่ 3

พ.ศ. 2474 อายุ 15 ปี อาศัยกับท่านยายที่บ้านหน้าวัดเรไร อำเภอ
ตลิ่งชัน จังหวัดธนบุรี ได้ศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ

พ.ศ. 2478 อายุ 19 ปี เข้าทำงานเป็นเภสัชกรทหาร สังกัดกรมการแพทย์ทหารเรือ (ปัจจุบันคือโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า)

พ.ศ. 2479 อายุ 20 ปี อายุครบบวชอุปสมบทเป็นภิกษุเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2479 เวลา 13.00 น. ณ วัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โดยมีพระครูรัตนาภิรมย์ (อยู่ ติสฺโส) เจ้าอาวาสวัดบ้านแพน เป็นพระอุปัชฌาย์,
พระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนนฺโท) เจ้าอาวาสวัดบางนมโคเป็นพระกรรมวาจาจารย์
พระอาจารย์เล็ก เกสโร วัดบางนมโค เป็นพระอนุสาวนาจารย์

พ.ศ. 2480 อายุ 21 ปี สอบได้นักธรรมชั้นตรี

พ.ศ. 2481 อายุ 22 ปี สอบได้นักธรรมชั้นโท

พ.ศ. 2482 อายุ 23 ปี สอบได้นักธรรมชั้นเอก

ระหว่างปี พ.ศ. 2479-2482 ได้ศึกษาพระกรรมฐาน จากครูบาอาจารย์หลายท่าน
เช่น
พระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนนฺโท) เจ้าอาวาสวัดบางนมโค
หลวงพ่อเล็ก เกสโร วัดบางนมโค
พระครูอุดมสมาจารย์ วัดน้ำเต้า อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
หลวงพ่อปั้น วัดพิกุล อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
หลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พระครูรัตนาภิรมย์ พระอุปัชฌาย์ของผู้เขียน วัดบ้านแพน อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
หลวงพ่อเนียม วัดน้อย อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี
หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี
หลวงพ่อเรื่อง วัดใหม่พิณสุวรรณ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี
พระครูสุวรรณพิทักษ์บรรพต เจ้าคณะ ๑๑ วัดสระเกศ จังหวัดพระนคร
ท่านเจ้าคุณพระมงคลเทพมุนี วัดปากน้ำภาษีเจริญ จังหวัดธนบุรี
ท่านเจ้าคุณ พระธรรมปาหังสณาจารย์ อดีตเจ้าอาวาส วัดประยุรวงศาวาส ธนบุรี
ท่านเจ้าคุณ พระมหาโพธิวงศาจารย์ เจ้าอาวาส วัดอนงคาราม จังหวัดธนบุรี
พระเดชพระคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ อดีตเจ้าอาวาส วัดอนงคาราม จังหวัดธนบุรี
พระอาจารย์เกษม วัดดาวดึงสาวาส จังหวัดธนบุรี
พระอาจารย์ทอง วัดราษฎรสุนทรเจริญ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี
ท่านอาจารย์สุข ตำบลแพงพวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

พ.ศ. 2483 อายุ 24 ปี เข้ามาจำพรรษาที่วัดช่างเหล็ก อำเภอตลิ่งชัน ธนบุรี เพื่อเรียนบาลี จากนั้นย้ายมาอยู่ที่วัดอนงคารามในช่วงออกพรรษาในสมัยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม พุทฺธสโร) อยู่วัดช่างเหล็กในช่วงเข้าพรรษา ระหว่างนี้ได้ศึกษาเพิ่มเติมกรรมฐานกับหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และพบพระสุปฏิปันโนอีกมาก เช่น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) เป็นต้น

พ.ศ. 2486 อายุ 27 ปี สอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค เปลี่ยนชื่อเป็น “พระมหาวีระ” เพื่อไม่ให้คล้ายกับ พระมหาสำเนียง วัดช่างเหล็ก ด้วยกัน ได้ย้ายมาอยู่วัดประยุรวงศาวาส และเริ่มเป็นนักเทศน์ เป็นรองเจ้าคณะ4 วัดประยุรวงศาวาส

พ.ศ. 2488 อายุ 29 ปี สอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค

พ.ศ. 2492 อายุ 33 ปี ออกจากวัดประยุรวงศาวาส ไปอยู่ที่วัดลาวทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

พ.ศ. 2494 อายุ 35 ปี กลับไปอยู่วัดบางนมโค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเจ้าอาวาสวัดบางนมโค

พ.ศ. 2500 อายุ 41 ปี อาพาธหนัก ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกรมแพทย์ทหารเรือ2ปี

พ.ศ. 2502 อายุ 43 ปี ออกจากโรงพยาบาล มาพักฟื้นที่วัดชิโนรสาราม กรุงเทพมหานคร จากนั้นจึงได้ย้ายไปอยู่วัดโพธิ์ภาวนาราม อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท
ซึ่งขณะนั้นยังเป็นสำนักสงฆ์อยู่ ได้ลูกศิษย์รุ่นแรก 6 คน

พ.ศ. 2505 อายุ 46 ปี ไปจำพรรษาที่วัดพรวน อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาทเป็นเวลา 1 พรรษา

พ.ศ. 2506 อายุ 47 ปี กลับมาจำพรรษาที่วัดโพธิ์ภาวนาราม เริ่มรับศิษย์เรียนกรรมฐาน

พ.ศ. 2508 อายุ 49 ปี จำพรรษาที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท

พ.ศ. 2510 อายุ 51 ปี ไปสอนพระกรรมฐานและ จำพรรษาที่วัดสะพาน อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท

พ.ศ. 2511 อายุ 52 ปี เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ย้ายมาอยู่วัดจันทาราม (ท่าซุง) ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ได้บูรณะ ซ่อมแซม และขยายวัดท่าซุง จากเดิมมีที่ดิน 6 ไร่ 2 งาน 07 2/10 ตารางวา จนกระทั่งเดือนตุลาคม ปี พ.ศ2535 วัดมีพื้นที่ประมาณ 289 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา มีอาคารและถาวรวัตถุต่าง ๆ จำนวน 144 รายการ รวมค่าก่อสร้าง ทั้งสิ้น 611,949,193 บาท

พ.ศ. 2520 อายุ 61 ปี ตั้งศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากจนในแดนทุรกันดารตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม

พ.ศ. 2526 อายุ 67 ปี สร้างโรงพยาบาลแม่และเด็กชนบทที่ 61 และมอบให้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

พ.ศ. 2528 อายุ 69 ปี ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรีญวิ. (ป.ธ.๔ น.ธ.เอก) ที่พระสะรรมยานเถระ
และได้สร้างโรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา

พ.ศ. 2532 อายุ 73 ปี ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชพรหมยาน ไพศาลภาวนานุสิฐ มหาคณิสสร บรวสังฆารามคามวาสี

พ.ศ. 2535 อายุ 76 ปี ได้อาพาธด้วยโรคปอดบวมอย่างแรง และติดเชื้อในกระแสโลหิต ได้เข้ารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช และมรณภาพที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2535 เวลา 16.10 น.


การรับศิษย์ของหลวงพ่อ
” ทุกคนที่ต้องการเป็นศิษย์ ไม่ต้องขออนุญาต แต่ขอให้ปฏิบัติตามนี้ อยู่ที่ไหนไม่เคยเห็นหน้ากันเลยก็รับเป็นศิษย์คือ
ศิษย์ชั้น ๓ มีปฏิปทาดังนี้ 
พยายามรักษาศีล ๕ เสมอ อาจจะขาดตกบก พร่องบ้าง แต่ก็พยายามรักษาให้ครบถ้วนให้ มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างนี้ขอรับไว้เป็นศิษย์ชั้น ๓ คือศิษย์ขนาดจิ๋ว

ศิษย์รุ่นกลาง มีปฏิปทาดังนี้ 
มีศีลบริสุทธิ์เป็นปกติ พยายามรักษาอารมณ์ ให้ทรงสมาธิเสมอตามสมควร ไม่ละเมิดศีลเป็นปกติ อย่างนี้ขอรับไว้เป็นศิษย์รุ่นกลาง

ศิษย์เอก มีปฏิปทาดังนี้
๑. รักษาศีล ๕ ครบถ้วนเป็นปกติ
๒. เคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ไม่สงสัยในความดีของท่าน
๓. มีอารมณ์ตั้งมั่นว่า ถ้าตายไปจากคนชาตินี้ขอไปนิพพานจุดเดียว
๔. พยายามละความโลภ ความโกรธ ความหลงเป็นปกติ

ถ้าปฏิบัติได้ตามที่กล่าวมานี้ มาพบหรือไม่มาพบ  ขออนุญาตเป็นศิษย์หรือไม่ขออนุญาตก็ตาม
ถ้าคิดว่าอยากจะเป็นศิษย์ ให้ทราบว่าอาตมา รับเป็นศิษย์แล้วด้วยความเต็มใจ”
(๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๗)